การเปิดเพลงในร้านอาหารและร้านกาแฟถือเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยสร้างบรรยากาศที่ดีและดึงดูดลูกค้า แต่หากทำไม่ถูกต้องก็อาจทำให้คุณต้องเจอกับปัญหาลิขสิทธิ์เพลงที่ส่งผลเสียต่อธุรกิจได้ไม่น้อย บทความนี้จะมาแนะนำวิธีเปิดเพลงในร้านอาหารลิขสิทธิ์อย่างถูกกฎหมาย เพื่อให้คุณสามารถสร้างบรรยากาศร้านที่โดนใจลูกค้าได้อย่างไร้กังวล
5 วิธีเปิดเพลงในร้านอาหารไม่ให้โดนจับ
เรื่องการเปิดเพลงในร้านไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ การที่ร้านอาหารจะเปิดเพลงในร้านอาหารลิขสิทธิ์อย่างสบายใจ จะต้องมีความรอบคอบและใส่ใจในทุกรายละเอียด ซึ่งเราได้รวบรวม 5 วิธีสำคัญที่จะช่วยให้คุณเปิดเพลงได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย และไม่ต้องกังวลว่าจะมีใครมาเรียกเก็บค่าลิขสิทธิ์อย่างไม่เป็นธรรม
1. ใช้เพลงที่ศิลปินหรือค่ายเพลงอนุญาต
วิธีที่ง่ายที่สุดคือการเลือกใช้เพลงที่ศิลปินหรือค่ายเพลงอนุญาตให้เปิดได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งปัจจุบันมีศิลปินและค่ายเพลงจำนวนไม่น้อยที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการนำเพลงไปใช้ได้โดยไม่คิดค่าลิขสิทธิ์ คุณสามารถตรวจสอบรายชื่อศิลปินหรือค่ายเพลงเหล่านี้ได้ตามประกาศอย่างเป็นทางการ หรือเลือกใช้เพลงในหมวดหมู่ที่หมดลิขสิทธิ์แล้ว เช่น เพลงแจ๊สเก่า ๆ โดยควรตรวจสอบให้มั่นใจว่าเป็นเวอร์ชันต้นฉบับจริง ๆ
2. ขออนุญาตการใช้เพลงให้ถูกต้อง
ในประเทศไทยมีบริษัทที่ดูแลเรื่องลิขสิทธิ์เพลงอยู่หลายแห่ง ซึ่งคุณสามารถติดต่อเพื่อขอซื้อลิขสิทธิ์เพลงสำหรับการนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ได้ โดยส่วนใหญ่จะเป็นการจ่ายค่าลิขสิทธิ์แบบรายปี ซึ่งเมื่อคำนวณแล้ว ค่าใช้จ่ายต่อวันนั้นถือว่าคุ้มค่ามากเมื่อเทียบกับความเสี่ยงที่ต้องเจอหากถูกดำเนินคดี การลงทุนกับเรื่องนี้ตั้งแต่แรกจะช่วยให้คุณสามารถเปิดเพลงในร้านกาแฟลิขสิทธิ์ได้อย่างสบายใจ
3. ระวังสายสืบ
การเปิดเพลงในร้านอาหารลิขสิทธิ์ต้องระมัดระวังคนในวงการที่เรียกกันว่า “นักบิน” หรือสายสืบที่ตระเวนไปตามร้านต่าง ๆ เพื่อสอดส่องการเปิดเพลงที่อาจเข้าข่ายผิดลิขสิทธิ์ ซึ่งนักบินเหล่านี้อาจเสนอการเจรจายอมความหากคุณถูกดำเนินคดี แต่หากคุณมั่นใจว่าทำถูกต้องตามกฎหมายแล้วก็ไม่ต้องกังวล เพราะส่วนใหญ่เรื่องก็จะจบลงที่การถอนฟ้อง
4. ไม่ฟังเสียงดังจนเกิดช่องให้เอาผิดได้
ตามกฎหมายลิขสิทธิ์ระบุว่า การเผยแพร่ต่อสาธารณชนโดยไม่ได้รับอนุญาตถือเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ การเปิดเพลงเสียงดังในร้านอาหารจึงอาจเข้าข่ายความผิดนี้ได้ เพราะถือเป็นการเผยแพร่ในที่สาธารณะ เพื่อป้องกันปัญหานี้ คุณควรเปิดเพลงในระดับที่เหมาะสม ไม่ดังจนเกินไปจนไปรบกวนลูกค้าหรือละเลยคำเตือนด้านลิขสิทธิ์
5. การเปิดวิทยุไม่ใช่ทางออก
หลายคนอาจคิดว่าการเปิดวิทยุในร้านเป็นทางออกที่ปลอดภัย แต่ในทางกฎหมายแล้ว การเปิดวิทยุเพื่อเผยแพร่ให้ลูกค้าฟังในเชิงพาณิชย์ก็ถือเป็นการเผยแพร่ต่อสาธารณชนโดยไม่ได้รับอนุญาตเช่นกัน เพราะกฎหมายตีความว่าการฟังวิทยุคือการฟังส่วนตัว การนำมาเปิดในร้านอาหารจึงเข้าข่ายความผิดลิขสิทธิ์ได้ จึงไม่ใช่ทางเลือกที่ดีหากต้องการเปิดเพลงในร้านอาหารลิขสิทธิ์อย่างถูกต้อง
วิธีตรวจสอบลิขสิทธิ์เพลง
เพื่อความมั่นใจว่าเพลงที่คุณเลือกมาใช้นั้นถูกต้องตามกฎหมาย การตรวจสอบลิขสิทธิ์เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง ซึ่งคุณสามารถทำได้ตามขั้นตอนง่าย ๆ ดังนี้
- ตรวจสอบรายชื่อบริษัทจัดเก็บลิขสิทธิ์ : เข้าไปที่เว็บไซต์ของบริษัทที่ดูแลลิขสิทธิ์เพลงในไทย เพื่อตรวจสอบรายชื่อบริษัทและรายชื่อเพลงที่อยู่ในความดูแลของแต่ละบริษัท ซึ่งจะช่วยให้คุณทราบว่าเพลงที่คุณต้องการใช้เป็นของบริษัทใด
- ตรวจสอบประเภทของลิขสิทธิ์เพลง : โดยหลักแล้วลิขสิทธิ์เพลงจะแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ “ดนตรีกรรม” ซึ่งหมายถึงงานเพลงที่แต่งขึ้น และ “สิ่งบันทึกเสียง” ซึ่งหมายถึงเสียงที่บันทึกลงในสื่อต่าง ๆ การทำความเข้าใจในเรื่องนี้จะช่วยให้คุณทราบว่าต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์ให้ใครบ้าง
- ตรวจสอบการอ้างสิทธิ์ที่ซ้ำซ้อน : ในบางกรณี เพลงหนึ่งอาจมีการอ้างสิทธิ์ในงานดนตรีกรรมจากหลายบริษัท ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาการเรียกเก็บค่าลิขสิทธิ์ที่ซ้ำซ้อนและอาจเกิดการฟ้องร้องในภายหลังได้ หากพบว่ามีกรณีเช่นนี้เกิดขึ้น ควรหลีกเลี่ยงการนำเพลงนั้นมาใช้จะดีที่สุด
สรุปบทความ
การสร้างบรรยากาศที่ดีในร้านอาหารหรือร้านกาแฟด้วยเสียงเพลงเป็นสิ่งสำคัญ แต่การดำเนินงานอย่างถูกกฎหมายก็สำคัญไม่แพ้กัน การเปิดเพลงในร้านอาหารลิขสิทธิ์อย่างถูกวิธีจะช่วยให้ธุรกิจของคุณดำเนินไปได้อย่างราบรื่นและยั่งยืน โดยไม่ต้องกังวลกับปัญหาด้านกฎหมาย หากคุณกำลังมองหาผู้เชี่ยวชาญด้านระบบเสียงเพื่อติดตั้งเครื่องเสียงร้านอาหารให้ได้คุณภาพที่ดีที่สุด เราขอแนะนำ บริษัท ฟิวชั่น ฟาร์ อีสท์ จำกัด (Fuzion Far East) ที่พร้อมให้บริการครบวงจรตั้งแต่การออกแบบไปจนถึงการติดตั้ง







