ระบบเสียงเป็นสิ่งที่เราพบเห็นได้ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นที่บ้าน ร้านอาหาร ห้องประชุม หรือในงานคอนเสิร์ต แต่น้อยคนที่จะเข้าใจถึงองค์ประกอบและการทำงานอย่างแท้จริง บทความนี้ Fuzion Far East จะพาคุณทำความเข้าใจพื้นฐานของระบบเสียง ประเภทต่างๆ รวมถึงองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยให้คุณใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ระบบเครื่องเสียงคืออะไร
ระบบเครื่องเสียง (Sound System) คือชุดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ทำงานร่วมกันเพื่อแปลงคลื่นเสียงให้เป็นพลังงานไฟฟ้า ประมวลผล ปรับแต่ง และแปลงกลับเป็นคลื่นเสียงที่มีคุณภาพตามต้องการ เปรียบเสมือนสะพานเชื่อมระหว่างแหล่งกำเนิดเสียงไปยังผู้ฟัง โดยมีหลักการทำงานพื้นฐานที่เหมือนกัน แม้จะมีความซับซ้อนและขนาดที่แตกต่างกันตามวัตถุประสงค์การใช้งาน
เครื่องเสียงมีกี่ประเภท?
ระบบเสียงสามารถแบ่งตามลักษณะการใช้งานได้เป็น 2 ประเภทหลัก คือ เครื่องเสียงกลางแจ้งและเครื่องเสียงภายในอาคาร ซึ่งแต่ละประเภทมีการออกแบบและองค์ประกอบที่แตกต่างกันเพื่อให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมและข้อจำกัดต่างๆ การเลือกใช้ให้ถูกประเภทจะช่วยให้ได้คุณภาพเสียงที่ดีที่สุดสำหรับแต่ละพื้นที่
1. เครื่องเสียงกลางแจ้ง
เครื่องเสียงกลางแจ้ง หรือชุดเครื่องเสียงกลางแจ้ง รู้จักกันในชื่อ PA (Public Address System) คือ ชุดเครื่องเสียงที่ติดตั้งในที่สาธารณะ มีจุดประสงค์เพื่อกระจายเสียงให้ครอบคลุมพื้นที่สาธารณะ เช่น เครื่องเสียงในลานดนตรี คอนเสิร์ตกลางแจ้ง หรือในสนามกีฬาเป็นต้น ซึ่งชุดเครื่องเสียงกลางแจ้งจะถูกออกแบบมาเพื่อให้เสียงสามารถกระจายในพื้นที่เปิดได้ดี โดยไม่สร้างความรำคาญให้กับผู้ฟังในพื้นที่
2. เครื่องเสียงภายในอาคาร
เครื่องเสียงภายในห้อง คือ ชุดเครื่องเสียงที่ติดตั้งภายในพื้นที่จำกัด เช่น เครื่องเสียงห้องประชุม สปอร์ตคลับและฟิตเนส ห้องสัมมนา หรือห้องจัดเลี้ยงต่าง ๆ ภายในอาคาร เป็นต้น ซึ่งชุดเครื่องเสียงที่ใช้ภายในห้อง โดยปกติแล้ว ความดังของเสียงจะถูกออกแบบให้เพียงพอต่อการใช้งานตั้งแต่ขั้นตอนของการติดตั้ง รวมทั้งเครื่องเสียงภายในอาคารจะมีตัวแปรในเรื่องของ ขนาดห้อง ชนิดของพื้นผิวของห้อง รวมไปถึงมีผนังห้อง หรือมุมตกกระทบของเสียงที่ช่วยกักเก็บเสียงไว้ในพื้นที่เข้ามาเกี่ยวข้อง จึงต้องคำนึงถึงตั้งแต่เริ่มออกแบบ
องค์ประกอบของเครื่องเสียง
ระบบเครื่องเสียงทุกประเภทประกอบด้วย 3 ส่วนหลักที่ทำงานร่วมกัน ได้แก่ ภาคอินพุต ภาคโปรเซสเซอร์ และภาคเอาต์พุต ซึ่งแต่ละส่วนมีความสำคัญและทำหน้าที่เฉพาะ การเข้าใจบทบาทของแต่ละส่วนจะช่วยให้คุณสามารถวางแผนและใช้งานระบบเสียงได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
1. ภาคอินพุต (Input)
ภาคอินพุต (Input) หรือภาคสัญญาณเข้า คือ ชุดเครื่องเสียงที่ทำหน้าที่เป็นแหล่งต้นกำเนิดของเสียง ไม่ว่าจะเป็นไมโครโฟน เครื่องเล่น CD DVD คอมพิวเตอร์ หรือเครื่องดนตรีต่าง ๆ โดยจะส่งสัญญาณเสียงต่อไปยังอุปกรณ์ในภาคถัดไป
2. ภาคโปรเซสเซอร์ (Processor)
ภาคโปรเซสเซอร์ (Processor) หรือภาคประมวลผล เป็นภาคที่รับสัญญาณมาจากภาคอินพุต เพื่อปรับแต่งเสียงให้สามารถส่งออกไปยังเครื่องขยายเสียงได้ โดยจะปรับเสียงให้ใกล้เคียงกับเสียงต้นทางมากที่สุด เช่น
- มิกเซอร์ (Mixer) ทำหน้าที่ผสมสัญญาณเสียงที่รับมาจากภาคอินพุตเข้าด้วยกัน
- อีควอไลเซอร์ (Equalizer) ทำหน้าที่ควบคุมความถี่ของเสียงให้อยู่ในระดับสัญญาณที่เหมาะสมตามการใช้งาน
- คอมเพรสเซอร์ (Compressor) ทำหน้าที่ควบคุมระดับความแรงของสัญญาณเสียง โดยการบีบอัด หรือกดระดับสัญญาณเสียง
- เอฟเฟกต์ (Effect) ทำหน้าที่ปรุงแต่งเสียงอื่น ๆ เพื่อเพิ่มสีสันในการมิกซ์เสียงสำหรับนักร้องหรือเครื่องดนตรี
3. ภาคเอาต์พุต (Output)
ภาคเอาต์พุต (Output) เป็นภาคสุดท้ายปลายทางของเครื่องเสียง ทำหน้าที่ส่งออกเสียงจากแหล่งกำเนิดเสียงที่ผ่านการปรับแต่งแล้วไปสู่การรับฟังของทุกคน โดยเครื่องเสียงในภาคนี้ประกอบด้วยเครื่องขยายเสียง ที่ทำหน้าที่ขยายสัญญาณเสียงให้ใหญ่กว่าสัญญาณที่อินพุตเข้ามา ก่อนส่งต่อไปหาลำโพง เพื่อกระจายเสียงในขั้นตอนสุดท้าย
เป็นอย่างไรกันบ้างกับข้อมูลดี ๆ เกี่ยวกับเครื่องเสียงที่เรานำมาฝากกัน คงได้เห็นภาพรวมการทำงานของระบบเครื่องเสียงมากขึ้น ซึ่งสิ่งที่ต้องคำนึงในการติดตั้งชุดเครื่องเสียง คือ พื้นที่และสภาพแวดล้อมโดยรอบเป็นสำคัญ เพราะอุปกรณ์เครื่องเสียงแต่ละชนิดก็ถูกออกแบบมาสำหรับใช้งานแตกต่างกัน การเลือกใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสมกับวัตถุประสงค์การใช้งานจะทำให้ได้เสียงที่ดี สามารถสื่อสารได้ทั่วถึงอย่างมีประสิทธิภาพ
หากคุณกำลังมองหาเครื่องเสียงคุณภาพดี Fuzion Far East รวบรวมเครื่องเสียงมากมายให้คุณได้เลือกสรร หรือหากสนใจบริการติดตั้งระบบเสียง เรามีบริการออกแบบและติดตั้งระบบเสียงโดยทีมงานที่มีความชำนาญและมีประสบการณ์ เพื่อให้คุณมีระบบเครื่องเสียงที่สมบูรณ์แบบ
อุปกรณ์เครื่องเสียงมีอะไรบ้าง
นอกจากส่วนประกอบหลักของระบบเสียงทั้ง 3 ภาคแล้ว ยังมีอุปกรณ์สำคัญที่ควรทำความรู้จักเพื่อให้เข้าใจถึงการทำงานของระบบเครื่องเสียงได้อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น แต่ละชิ้นมีบทบาทเฉพาะตัวที่ส่งผลต่อคุณภาพเสียงโดยรวมของระบบ
1. เพาเวอร์แอมป์
เพาเวอร์แอมป์ (Power Amplifier) คือ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ทำหน้าที่ขยายสัญญาณเสียง ให้มีกำลังสูงขึ้นเพียงพอที่จะขับลำโพงให้ดังได้ เพาเวอร์แอมป์เป็นอุปกรณ์ที่สำคัญที่สุดชิ้นหนึ่งในระบบเครื่องเสียง เนื่องจากทำหน้าที่เป็นตัวกลางในการถ่ายทอดสัญญาณเสียงจากแหล่งกำเนิดเสียงอย่าง เครื่องดนตรี เครื่องเล่น Medida Player ไปยังลำโพง
2. ลำโพง
ลำโพง คือ อุปกรณ์สำคัญในการถ่ายทอดระบบเสียงหรือแสดงผลสัญญาณเสียงทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดนตรี หรือเสียงร้องที่มาจากไมโครโฟน โดยลำโพงจะประกอบด้วย 2 ส่วนหลักคือ ดอกลำโพง เป็นอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่เปลี่ยนสัญญาณไฟฟ้าให้เป็นเสียงที่ได้ยินด้วยการสั่นสะเทือน และ ตู้ลำโพง เป็นกล่องหรือตัวถังที่ใช้บรรจุดอกลำโพง ช่วยป้องกันดอกลำโพงเสียหาย และเพิ่มประสิทธิภาพการกระจายเสียง
ประเภทของลำโพง
- ฟูลเรนจ์ (Full Range) เป็นดอกลำโพงที่สามารถตอบสนองความถี่เสียงได้กว้างที่สุดตั้งแต่ 60 Hz – 20,000 Hz หรือสามารถให้เสียงได้ครบทุกช่วงเสียง สูง – กลาง – ต่ำ ในดอกเดียวกัน ทำให้สามารถขับเสียงออกมาได้อย่างครบถ้วนและสมจริง
- มิดเรนจ์ (Mid Range) เป็นดอกลำโพงที่ตอบสนองความถี่เสียงในช่วง 250 Hz – 2,000 Hz หรือเรียกอีกอย่างว่าเสียงกลาง ทำหน้าที่ถ่ายทอดเสียงของเสียงร้องและเครื่องดนตรีต่างๆ เช่น กลอง กีตาร์ เบส เป็นต้น
- ซับวูฟเฟอร์ (Subwoofer) เป็นดอกลำโพงที่ตอบสนองความถี่เสียงในช่วง 20 Hz – 200 Hz หรือเรียกอีกอย่างว่าเสียงเบสและซับเบส ทำหน้าที่ถ่ายทอดเสียงต่ำๆ เช่น เสียงกระเดื่องของกลอง เสียงเบสของกีตาร์ไฟฟ้า เป็นต้น
- ทวีตเตอร์ (Tweeter) เป็นดอกลำโพงที่ตอบสนองความถี่เสียงในช่วง 2,000 Hz – 20,000 Hz หรือเรียกอีกอย่างว่าเสียงแหลม ทำหน้าที่ถ่ายทอดเสียงสูงๆ เช่น เสียงร้องของนก เสียงสังเคราะห์ เสียงอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น
- โคแอกเซล (Coaxial) เป็นดอกลำโพงหลายดอกอยู่ในแกนเดียวกัน โดยดอกลำโพงแต่ละดอกจะมีหน้าที่รับผิดชอบในการถ่ายทอดเสียงในย่านความถี่เสียงที่แตกต่างกัน โดยทั่วไปลำโพงโคแอกเซลจะมีดอกลำโพง 2 ดอก ได้แก่ ดอกลำโพงวูฟเฟอร์และดอกลำโพงทวีตเตอร์
3. เครื่องปรับแต่งสัญญาณ
เครื่องปรับแต่งสัญญาณ (Digital Signal Processor) คือ หรือ DSP คืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่ทำหน้าที่ประมวลผลสัญญาณดิจิทัล โดยสัญญาณดิจิทัล คือสัญญาณที่แปลงจากสัญญาณแอนะล็อกให้เป็นสัญญาณดิจิทัล โดยใช้อุปกรณ์ที่เรียกว่า ADC (Analog to Digital Converter) โดยเครื่องปรับแต่งสัญญาณใน DSP ที่นิยมใช้มีดังนี้
- Equalizer เป็นชนิดหนึ่งของเครื่องปรับแต่งสัญญาณที่ทำหน้าที่ปรับแต่งความถี่ของสัญญาณเสียง โดยเฉพาะช่วยควบคุมระดับความดังของย่านความถี่ต่างๆ ภายในสัญญาณเสียงนั้น
- Compressor ใช้ทำหน้าที่ลดช่วงไดนามิก (dynamic range) ของสัญญาณเสียง หมายถึงการลดความแตกต่างระหว่างเสียงที่ดังที่สุด (peak) กับเสียงที่เบาที่สุด (valley) ภายในสัญญาณนั้น ๆ ทำให้เสียงโดยรวมมีความสม่ำเสมอ สนุกฟังมากขึ้น โดยเฉพาะเวลาเปิดเสียงดัง
- Crossover ใช้ทำหน้าที่ แบ่งสัญญาณเสียงออกเป็นย่านความถี่ต่างๆ แล้วส่งไปยังลำโพงที่เหมาะสมกับย่านความถี่นั้นๆ เช่น ส่งเสียงเบสไปยังลำโพงซับวูฟเฟอร์ เสียงกลางไปยังลำโพงมิดเรนจ์ เสียงแหลมไปยังลำโพงทวีตเตอร์
- Delay ใช้ทำหน้าที่ สร้างเอฟเฟกต์เสียงสะท้อน (echo) หรือเสียงก้อง (reverb) ให้กับสัญญาณเสียง
Fuzion Far East พร้อมบริการออกแบบและติดตั้งระบบเสียงทุกประเภท
การเลือกและติดตั้งระบบเสียงที่เหมาะสมเป็นศาสตร์และศิลป์ที่ต้องอาศัยทั้งความรู้และประสบการณ์ Fuzion Far East เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านระบบเครื่องเสียงระดับมืออาชีพ ให้บริการครบวงจรตั้งแต่การให้คำปรึกษา ออกแบบ ติดตั้ง ไปจนถึงการดูแลหลังการขาย ด้วยทีมงานที่มีประสบการณ์และอุปกรณ์คุณภาพสูงจากแบรนด์ชั้นนำระดับโลก เราพร้อมตอบโจทย์ทุกความต้องการด้านระบบเสียงของคุณ ไม่ว่าจะเป็นระบบเสียงสำหรับร้านอาหาร ห้องประชุม สปอร์ตคลับ ฟิตเนส สถานบันเทิง โรงละคร หรืองานอีเวนต์ขนาดใหญ่ สามารถติดต่อ Fuzion Far East เพื่อให้เรายกระดับประสบการณ์ด้านเสียงของคุณให้สมบูรณ์แบบ





